หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เที่ยวบิน'QZ8501' ดิ่งทะเล บททดสอบสัมพันธ์อาเซียน-นานาชาติ

3 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1950)


เป็นอีกครั้งหนึ่งกับโศกนาฏกรรมทางอากาศ กับกรณีสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ซึ่งเดินทางจากเมืองสุราบายาของอินโดนีเซีย มุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ ตกช่วงเช้าของวันที่ 28 ธันวาคม 2557 จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่หน่วยค้นหายังมุ่งหน้าทำภารกิจต่อไป

เครื่องบินแอร์บัส A320-200 หายไปจากจอเรดาร์ระหว่างเส้นทางจากเมืองสุราบายาทางตะวันออกของเกาะชวาไปยังสิงคโปร์ หลังนักบินแจ้งศูนย์ควบคุมขอเพิ่มระดับความสูงเป็น 38,000 ฟุต จากเดิมที่ 32,000 ฟุต เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มเมฆที่หนาทึบ และถือเป็นอุบัติภัยทางอากาศที่ร้ายแรงและเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ส่งท้ายปีเก่า 2557 ถัดจากโศกนาฏกรรมเครื่องบิน MH370 และ MH17 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ส

รอยเตอร์ส รายงาน นายโทนี่ เฟอร์นันเดส ซีอีโอแอร์เอเชียกรุ๊ป ระบุ ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน QZ8501 เป็นชาวอินโดนีเซีย 155 คน ชาวเกาหลีใต้ 3 คน และมีพลเมืองสัญชาติสิงคโปร์ มาเลเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศสอีกชาติละ 1 คน ซึ่งขณะนี้หน่วยค้นหาพบร่างผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย และยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์เป็นกระบวนการต่อไป

ล่าสุด นานาประเทศเข้าให้การช่วยเหลือในภารกิจค้นหาซากเครื่องบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย พร้อมร่วมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่ยังคงเหลือ โดยขณะนี้มีประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ จีน ออสเตรเลีย และรัสเซียที่เสนอให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ด้วย โดยทางรัสเซียมีการนำเครื่องบิน 2 ลำ ได้แก่ อิล-76 และบี-200 พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 70 คน เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ นอกจากนี้หน่วยกู้ภัยรัสเซียยังมาพร้อมกับอุปกรณ์พิเศษ อาทิ ยานสำรวจใต้ทะเลลึก เครื่องวัดความลึกของน้ำ เป็นต้น

ขณะที่ เดลี่ ไทมส์ รายงานเพิ่มในส่วนของความช่วยเหลือจากออสเตรเลีย ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยมีความบาดหมางที่ยาวนานสำหรับเรื่องการสอดแนมของออสเตรเลียเมื่อปลายปี 2556 โดย นายกรัฐมนตรี โทนี แอบบ็อตต์ แห่งออสเตรเลีย ได้เสนอความช่วยเหลือต่อประธานาธิบดีโจโก วิโดโด เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน แอร์เอเชีย อินโดนีเซีย ด้วยการส่งเครื่องบินเอพี-3 ซี โอรีออน ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย

ทั้งนี้ ออสเตรเลียยังเคยเป็นผู้นำในการค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ซึ่งหายไปพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 239 คน เมื่อต้นเดือนมีนาคมของปีที่ผ่านมา และแน่นอนว่าการหายไปของเครื่องบินลำดังกล่าวทำให้หลายประเทศหันมาร่วมมือกันมากขึ้น ทั้งประเทศอาเซียนและนอกอาเซียน แต่ที่น่าจับตามองในเวลานี้ คือ ออสเตรเลีย

แม้ที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศจีนและญี่ปุ่นจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน ผ่านรูปแบบการค้าและการลงทุนร่วมกัน แต่โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับชาติสมาชิกอาเซียนซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ เสมือนเป็นโอกาสให้ออสเตรเลียได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารผ่านการช่วยเหลือ เพื่อผลักดันตัวเองให้เป็น "เจ้าแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก"

โดยเฉพาะการช่วยเหลืออินโดนีเซีย ประเทศที่กำลังก้าวสู่ความเป็นมหาอำนาจที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอินโดนีเซียเคยประกาศถึงความท้าทายใหม่ ที่จะก้าวสู่การเป็น "เจ้าแห่งการเดินเรือในภูมิภาค" และบทบาทของอินโดนีเซียที่เจิดจรัสนี้เอง ทำให้อดที่จะคิดต่อไม่ได้ว่า หากออสเตรเลียและอินโดนีเซียห็นพ้องที่จะร่วมกันพัฒนาแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

จากหลายๆ เหตุการณ์และทุกความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านอาเซียนและนานาประเทศสามารถบ่งชี้ได้ว่า นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการค้าเพื่อยกระดับเศรษฐกิจระหว่างกันแล้ว มุมความสัมพันธ์ทางการทูตผ่านการช่วยเหลือ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเชื่อมโยงไปถึงความมั่งคงทางการเมืองนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่างน้อยภายใต้ความโศกเศร้าก็ยังมีข้อดีที่หลงเหลือให้เห็น รวมถึงการเพิ่มความใส่ใจในระบบความปลอดภัยที่ต้องพัฒนายิ่งขึ้นด้วย


credit : prachachat



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์