หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
จีนยกทัพอุตสาหกรรมไฮเทคลงทุนไทย หนีสงครามการค้า

10 สิงหาคม 2020 (จำนวนคนอ่าน 417)

บีโอไอ'กางแผนเจาะรายใหญ่ต่อยอดซัพพลายเชน'อีอีซี'เร่งจัดแพ็คเกจ ดึงกลุ่มเทคโนโลยีเข้าลงทุน” แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังรุนแรง แต่ครึ่งปีแรกนักลงทุนจาก "จีน" และ "ฮ่องกง" เข้ามาลงทุนในไทยรวมแล้ว 121 โครงการ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.1 หมื่นล้านบาท และคาดว่าหลังโควิดโครงการขนาดใหญ่จากจีนจะเข้ามา ลงทุนอีกหลายโครงการ

โดยนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในไทย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า การลงทุนจากกลุ่มทุนจีนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น จากเดิมที่มักเป็น กลุ่มทุนจาก ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป เป็นหลัก

โดยเม็ดเงินลงทุนจากจีน ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สาเหตุจากปัจจัยดึงดูดเรื่องศักยภาพของไทย และปัจจัยผลักดันจากจีนเอง เช่น ต้นทุนการผลิตในจีนที่สูงขึ้นมาก และนโยบายรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้ธุรกิจจีนมุ่งออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น

 ทั้งนี้ การย้ายฐานการผลิตจากจีนและฮ่องกง ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสงครามการค้าเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ ส่งผลให้การลงทุนจีนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะปี 2562 มีจำนวนมากถึง 257 โครงการ สูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 2.8 แสน ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าจากปีก่อน (ในจำนวนนี้ รวมโครงการรถไฟความเร็วสูง 1.6 แสนล้านบาท) ทำให้การลงทุนจากจีนขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 1 สูงกว่าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

กลยุทธ์หนึ่งที่บีโอไอใช้ดึงการลงทุนจากจีนในกลุ่มไฮเทค คือการพยายามดึงบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ (Anchor investors) มาลงทุนให้ได้ก่อนในช่วงครึ่งปี 2563 ช่วงสถานการณ์โควิด ถึงแม้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และ มีอุปสรรคด้านการเดินทาง แต่การลงทุนจาก จีนและฮ่องกงยังอยู่ในระดับสูง ในช่วงครึ่งปีแรก มีจำนวน 121 โครงการ เพิ่มขึ้น 17% เงินลงทุน 21,923 ล้านบาท ลดลง 28% โดยมีมูลค่าน้อยกว่าญี่ปุ่นที่มีจำนวน 22,636 ล้านบาท อยู่เล็กน้อย ในขณะที่แนวโน้มการลงทุนจากจีนมายังไทย คาดว่ายังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจัยกระตุ้นหลักมาจาก สงครามการค้ากับสหรัฐ โดยตั้งแต่เกิดกระแสการย้ายฐานการผลิตตั้งแต่ปี 2561 จนถึงเดือนมิ.ย. 2563 การลงทุนจากจีน และฮ่องกง มีจำนวน 530 โครงการมูลค่า 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินลงทุน 84% อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่จีนและฮ่องกงถือหุ้น 100% จำนวน 363 โครงการ หรือมีสัดส่วน 68% ของทั้งหมด มีเงินลงทุน 116,203 ล้านบาท มีสัดส่วน 32% ของ การลงทุน และเป็นโครงการที่ร่วมทุน กับฝ่ายไทย จำนวน 167 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 32% เงินลงทุน 243,296 ล้านบาท มีสัดส่วน 68% (กรุงเทพธุรกิจ)

 

ที่มา  เพจ BOI News


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์