หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แรงงานไทยด้อยภาษาสุด-'ฟิลิปปินส์' เป็นเลิศ

12 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2050)


ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ของทีดีอาร์ไอ เปิดเผยถึงความท้าทายของแรงงานไทยเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี โดยระบุว่า สำหรับประเทศไทยเมื่อรวมตัวเป็นประเทศอาเซียนแล้ว ยังไม่ต้องห่วงมากนักเกี่ยวกับ 7 วิชาชีพที่ได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้คือ แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกรรม ช่างสำรวจ สถาปนิก พยาบาล และวิชาชีพบัญชี
ซึ่งทุกกลุ่มจะมีสภาวิชาชีพดูแลอยู่แล้วตามกติกา เมื่อเริ่มเคลื่อนย้ายบุคลากรเสรีปลายปีหน้าทุกประเทศที่สนใจที่จะเข้ามาทำงานในไทยจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบในการประกอบวิชาชีพเหล่านี้ในประเทศไทยอยู่ดี

ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า "แรงงานฝีมือของไทยปกติไปทำงานในประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่าไทยคือ สิงคโปร์เป็นหลัก ส่วนการขาดแคลนบุคลากรในบางสาขา อาทิ สาขาด้านที่เกี่ยวข้องกับช่างเทคนิค หรือ ช่างฝีมือชั้นสูง ทุกวันนี้มีแรงงานจากต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทยนับหมื่นคนอยู่แล้ว ภายใต้กรอบกติกาการส่งเสริมการลงทุนของไทย หรือในกรณีที่ขาดแคลนบุคลากรด้านการศึกษาและ/ หรือการวิจัยก็สามารถนำเข้าและขอใบอนุญาตทำงานได้อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรจากต่างประเทศทำงานในภาคการศึกษานับหมื่นคน"

"สิ่งที่น่าห่วงคงเป็นอาชีพอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้ทำข้อตกลงกับประเทศในกลุ่ม 10 ประเทศไปแล้วคือ ได้มีการลงนามตามกรอบความร่วมมือแห่งอาเซียนใน 6 สาขาอาชีพ (32 ตำแหน่งงาน) ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว (MRA- Tourism Professional หรือ TP) ซึ่งประกอบด้วย ด้านบริการโรงแรม (Hotel Services) มีแผนกต้อนรับ แผนกแม่บ้าน แผนกอาหาร แผนกอาหารและเครื่องดื่ม ด้านการเดินทาง (Travel Services) งานบริษัททัวร์ และตัวแทนท่องเที่ยว ซึ่งมีคนทำงานอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวในอาเซียนมากกว่า 25 ล้านคน
เมื่อพิจารณาสภาพตลาดแรงงานด้านท่องเที่ยวพบว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยขาดแคลนมากที่สุด ขณะที่มาเลเซียขาดแคลนบางสาขา ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีแรงงานส่วนเกิน"

ทั้งนี้ จากข้อมูลปี 2556 ประเทศไทยมีแรงงานทำงานเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากกว่า 4.8 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 24 ล้านคน กระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวของไทยทั่วประเทศ ซึ่งบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทยยังมีจุดอ่อนที่สำคัญคือ ด้านภาษาต่างประเทศและความสนใจในอาชีพด้านการท่องเที่ยว

ดร.ยงยุทธ กล่าวต่อว่า ในอาเซียน ประเทศฟิลิปปินส์ มีความพร้อมเป็นอย่างมากที่จะเข้ามาทำงานในสาขาบริการไม่ว่าจะเป็นงานด้านการต้อนรับ งานนักร้อง งานแม่บ้าน งานด้านบริหาร เนื่องจากได้เปรียบด้านภาษาอังกฤษ และความมุ่งมั่นในการทำงานในต่างประเทศมากกว่าหลายประเทศในอาเซียน
อีกประเทศที่น่าจับตามากที่สุดคือ แรงงานจากประเทศเวียดนามมีการเตรียมพร้อมเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรเป็นปีๆ และบางส่วนยังเรียนภาษาไทยอีกด้วย ประกอบกับเวียดนามมีจำนวนแรงงานมาก ค่าแรงที่ต่ำกว่าไทยมาก จึงมีโอกาสเข้ามาแย่งงานที่คนไทยเกี่ยงกันทำในหลายตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยขาดแคลนแรงงานทั้งระดับฝีมือและกึ่งฝีมือ

กล่าวโดยสรุป ไทยอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบหลายประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากขาดความพร้อมของบุคลากรโดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษและภาษาประเทศต่างๆ ในอาเซียน รวมทั้งภาษาอื่นๆ จากนักท่องเที่ยวนอกอาเซียน อีกทั้งผู้จบการศึกษาเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวคิดแต่เพียงว่าเรียนอะไรก็ได้จบง่ายๆแต่เมื่อจบแล้ว "เสียของ" ไม่สนใจทำงานในสาขาเกี่ยวกับท่องเที่ยว
ถ้าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่มีความมุ่งมั่นที่จะเร่งพัฒนาบุคลากรเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไทยจะได้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประเทศอาเซียนไม่มากดังที่คาดหวังไว้


credit : prachachat




กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์