หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
ค้าปลีกสิงคโปร์ร่วงต่ำสุดในรอบ 34 ปี ผลจากมาตรการ Circuit Breaker ช่วงโควิด

9 กรกฎาคม 2020 (จำนวนคนอ่าน 140)

3 ก.ค.63 สำนักงานสถิติสิงคโปร์ เปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกสิงคโปร์เดือนพฤษภาคม 2563 ลดลง 52.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และลดลงอย่างต่อเนื่องจากเดือนเมษายน 2563 ซึ่งปรับลดลง 40.3% โดยยอดการค้าปลีกสิงคโปร์ที่ไม่รวมยอดการจำหน่ายรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้ ปรับลดลง 45.2% ซึ่งต่ำกว่าในเดือนเมษายนที่ลดลง 32.5%

ทั้งนี้ ยอดการค้าปลีกสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้ จัดว่าเป็นการปรับลดลงต่ำที่สุดในรอบ 34 ปี นับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลของสำนักงานสถิติสิงคโปร์เมื่อปี 2529 โดยสาเหตุหลักมาจากมาตรการการปิดประเทศ หรือ Circuit Breaker ที่ประกาศใช้ในระหว่างวันที่ 7 เมษายน – 1 มิถุนายน 2563

Ms. Selena ling หัวหน้าฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ด้านการเงิน (Head of treasury research and strategy) แห่งธนาคาร Oversea-Chinese Banking Corporation : OCBC) ได้กล่าวว่ายอดการค้าปลีกสิงคโปร์จะฟื้นตัวได้ต่อเมื่อสิงคโปร์เริ่มเปิดเมือง และได้เข้าสู่ระยะที่สอง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 แต่ตัวเลขที่ตกต่ำนี้อาจจะทำให้ยอดขายตลอดทั้งปีหดตัวลงมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2562

ทั้งนี้ จากการเปิดร้านต่าง ๆ ในระยะที่ 2 นี้ จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงจากความต้องการซื้อที่อัดอั้นมานาน อย่างไรก็ดี ยังคงมีความกังวลว่าปัจจัยดังกล่าวจะสามารถส่งผลต่อเนื่องได้นานไปจนถึงครึ่งหลัง 2563 ได้หรือไม่ เนื่องจากภาวะตลาดแรงงานในประเทศยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัว ประกอบการแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19 รอบที่สองและความลังเลในการเดินทางระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความต้องการซื้อในตลาดจะยังคงชะลดตัวในช่วงสองสามเดือนหน้านี้ จากปัจจัยความไม่แน่นอนหลาย ๆ อย่างดังกล่าว ถึงแม้ภาคธุรกิจค้าปลีกจะเริ่มดำเนินต่อแต่อาจจะไม่สามารถชดเชยตัวเลขที่ตกลงในช่วงสองเดือนที่หยุดชะงักในช่วง Circuit Breaker ได้

มูลค่ายอดการค้าปลีกในเดือนพฤษภาคม 2563 มีมูลค่าประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดย 24.5% ของมูลค่าทั้งหมดนั้นมาจากยอดการค้าปลีกออนไลน์

ทั้งนี้ ยอดขายจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตขยายตัวขึ้น 94.3% เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ในครัวเรือนขยายตัวขึ้น 93.6% อุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งหมดโดยรวมแล้วปรับตัวลงทุกปี ยกเว้น ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ทและร้านสะดวกซื้อที่ยังเปิดให้บริการอยู่และมีความต้องการซื้อที่สูงขึ้น โดยยอดขายสูงขึ้น 56.1% และ 9.1% ตามลำดับ จากการที่ร้านค้าปลีกแบบหน้าร้านปิดตลอดทั้งเดือน ส่งผลให้ยอดขายนาฬิกาและเครื่องประดับห้างสรรพสินค้า และเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ในเดือนพฤษภาคม 2563 ลดลงระหว่ง 89.1% ถึง 96.9% ยอดขายซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท สูงขึ้นจากการที่ประชาชนอยู่บ้านและทำงานที่บ้านมากขึ้นในส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สินค้ากลุ่มนาฬิกาและอัญมณี ห้างสรรพสินค้า ร้านขายเสื้อผ้าและรองเท้า รถยนต์ เนื่องจากไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามมาตรการ  Circuit breaker

ในส่วนภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนั้น มีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยยอดขายบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มลดลง 50.1% ในเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 แต่มีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนเมษายน 2563 ที่ลดลง 52.7% ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Circuit breaker ส่งผลให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดมีบริการแค่ซื้อกลับบ้านหรือจัดส่งเท่านั้น

Ms. Ling คาดว่า ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มจะปรับตัวดีขึ้นในระยะที่ 2 หลังจากที่มีการอนุญาตให้รับประทานอาหารในร้านได้ อย่างไรก็ดี การพิจารณาทางเลือกในการรับประทานอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากมีการแพร่ระบาดรอบสองในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งนี้ สำนักงานสถิติสิงคโปร์เผยว่า ภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมียอดขายลดลงในเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยผลประกอบการร้านอาหารลดลง 68.7% เช่นกันกับร้านอาหารแบบค่าเฟ่ ศูนย์อาหาร ยอดขายลดลง 45.1% และร้านอาหารประเภทอาหารจานด่วน (fast food) ลดลง 20.5%

 

ที่มา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์