หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเมียนมา

22 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1584)

อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว นับได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่คาบเกี่ยวเชื่อมต่อกับธุรกิจอีกมากมาย
หลายหลาก รายได้จากการท่องเที่ยวสามารถก่อเกิดเป็นผลประกอบการสร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทรงพลังยิ่ง สร้างทั้งงานสร้างทั้งเม็ดเงิน กระจัดกระจายกันไปใน
สารพัดรูปแบบเริ่มจากการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อการรองรับ งานออกแบบก่อสร้าง โรงแรมที่พัก ร้านรวงขายสินค้าอาหาร ตลอดจนธุรกิจบริการอีกเยอะแยะมากมายหลายแขนง ที่แตกดอกออกผลติดตามต่อเนื่องกันออกมา

จากข้อมูลบางกระแสในสังคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา มุมมองในแนวโน้มการแข่งขันกันเองอย่างรุนแรงของกลุ่มประเทศในภูมิภาคชี้ชัดเจนว่า เมียนมากำลังมาแรงและจะแซงทางโค้งในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้านี้สำหรับอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว มุมมองดังกล่าว
จะถือได้ว่าเป็นบทสรุปในเชิงการแข่งขันแย่งชิงด้านการตลาดระหว่างกัน หรือถือว่าเป็นโอกาสที่กำลังเปิดแย้มโฉม กรณีนี้คงต้องนำมาค่อย ๆ พิจารณาดูกันให้ถ้วนถี่ก่อนการตัดสินใจ

การท่องเที่ยวในประเทศเมียนมานอกเหนือจากมีแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติที่มีหลากหลาย
ในรูปแบบของบรรยากาศแล้ว จุดขายของเส้นทางชีวิต ศรัทธาและความเชื่อของชาวพุทธ ก็มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในประเทศเมียนมา

นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lonely Planet ได้แสดงความชื่นชมดินแดนแห่งนี้ให้เป็นจุดหมายสำคัญที่ห้ามพลาด อีกทั้งยังได้มีการจัดอันดับ "9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมียนมา" ที่ชาวพุทธทั่วโลกควรที่จะไปกราบไหว้สักการะ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในชีวิตออกมานำเสนอแนวทางทำการตลาดโดยกำหนดจุดเป้าหมาย เป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลในเชิงจิตวิทยา

หากคุณเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แน่ชัด เขากำหนดให้องค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นศาสนสถานอันเป็นที่สุด เป็นที่ประดิษฐานองค์พระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหลืองอร่ามไปด้วยทองคำและยอดเพชรขนาด 76 กะรัต

- พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกองที่เมืองพุกาม ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา

- พระมหามัยมุนีแห่งเมืองมัณฑะเลย์

- พระพุทธรูปเนื้อนิ่มที่พระพุทธองค์ทรงประทานลมหายใจให้ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสูงสุดของชาว
เมียนมา

- พระธาตุอินทร์แขวนหรือพระธาตุเจดีย์ไจทิโยในรัฐมอญ ที่เชื่อกันว่าองค์พระอินทร์มาเนรมิตสร้าง
หมิ่นเหม่เอาไว้ บนยอดเขาสูงกว่า 1,200 เมตร เป็นปลายทางจาริกแสวงบุญของผู้คนมากหลาย

- พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตาแห่งเมืองหงสาวดี เจดีย์ทรงมอญเก่าแก่กว่าสองพันปี
ที่เป็นที่เคารพสักการะของคนกรุงเก่า

- พระบัวเข็มวัดผ่องเตาอู วัดสำคัญที่สุดแห่งรัฐฉาน ศูนย์กลางทางจิตใจของชาวอินคา มีพระบัวเข็ม
5 องค์ที่มองเห็นเป็นเพียงก้อนทรงกลมสีทอง จากปริมาณทองคำเปลวที่เกาะหนาด้วยศรัทธาที่ท่วมท้น

- เทพทันใจวัดโบฑะเตาว์ ริมแม่น้ำเมืองย่างกุ้ง ที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำนันอูที่ได้คืนกลับมาจากประเทศอังกฤษ

- นัตโบโบยี (นัต เปรียบเสมือนคล้ายเทพ) ที่เลื่องชื่อว่าศักดิ์สิทธิขอพรใดได้สมปรารถนา

- เจดีย์เยเลพญาหรือพระเจดีย์กลางน้ำ แห่งเมืองสิเรียม เจดีย์ที่สร้างในสมัยชนชาวมอญเรืองอำนาจ
ใกล้เมืองย่างกุ้ง

- และท้ายสุด มหาคิรีนัต เทือกเขาสูงตระหง่านชานเมืองพุกาม ที่สถิตของนัต 37 ตนอันเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการนับถืออย่างแพร่หลายมายาวนาน

ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เยือนจะทราบกันดีว่าไปเที่ยวเมียนมาคล้ายกับทัวร์ไปไหว้พระ จะว่ากันไปแล้วการกำหนดจุดท่องเที่ยวดังที่ได้กล่าวถึงไปข้างต้นนั้นมีกรอบอยู่เพียงไม่กี่เมืองท่องเที่ยวหลัก ที่รวบรัดเข้ากันได้ดีกับโปรแกรมเส้นทางการเดินทางของบริษัททัวร์ผู้จัดนำเสนอ บางสถานที่ถึงขนาดตั้งชื่อสร้างเรื่องกันขึ้นมาเองตามสไตล์แบบไทย ๆ เพื่อเพิ่มเสริมสีสันและสร้างแรงจูงใจให้แก่ท่านผู้บริโภค

นักท่องเที่ยวคนไทยจำนวนไม่มากนักที่ได้เคยไปสัมผัสหาดทรายชายทะเลสวย ๆ ในเมียนมา น้อยคนที่เคยได้ไปเห็นหิมะบนเทือกเขาหิมาลายาเหนือสุดชายแดนเมียนมาที่เมืองพุเตา (Putao)

เมียนมานั้นกว้างใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความแตกต่าง ทั้งอารยธรรมชนเผ่า และภูมิ ประเทศที่ครอบคลุมกันอยู่ สิ่งที่ได้รับรู้และผ่านการนำเสนอจึงเป็นเพียงพื้นฐานเบื้องต้นของความเหมาะสมในการบริหารจัดการและงบประมาณที่ถูกกำหนดเอาไว้ ยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่ยังไม่ได้เปิดเผยโฉมให้เป็นที่รู้จัก จะเป็นด้วยความไม่พร้อมของตัวสถานที่เองที่ขาดพัฒนาการ ขาดการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อการรองรับ

ประเด็นคำถามย้อนกลับไปที่แนวความคิดด้านการแข่งขันระหว่างกันเองของกลุ่มประเทศในภูมิภาคแถบนี้ มุมมองด้านการแข่งขันต่อกันไม่น่าจะเป็นที่มาของคำตอบที่ควรจะเป็นความร่วมมือระหว่างกันมากกว่า ที่น่าจะนำเอามาพิจารณาหาแนวทางในเชิงสร้างสรรค์ ช่วยกันทำช่วยกันขายสบายไปแปดอย่าง

เอาจุดแข็งจุดขายของทุกคนทุกประเทศมาควบรวมกันในนามของภูมิภาค แล้วเอาจุดขายจุดแข็งไปช่วยกันนำเสนอให้กับสังคมโลกที่กว้างใหญ่ร้องเดี่ยวกับร้องเสียงประสานอะไรมันจะดังกว่ากัน ใครมีทุนก็ลงทุน ใครไม่มีทุนก็ลงที่ ใครไม่มีทุนไม่มีที่ก็ช่วยระดมความคิด

ความร่วมมือเขตเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community หรือ AEC) คือการรวมตัวของชาติในอาเซียน 10 ประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อที่จะเสริมสานประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้ร่วมคิดตั้งกันขึ้นมาอย่างสนุก ๆ มีทั้งกรอบแนวทางการดำเนินการมีทั้งวัตถุประสงค์ ที่ได้ถูกกำหนดร่วมกันเอาไว้แล้วอย่างแน่ชัดในหลักการ ถึงแนวทางการสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มประเทศอื่น ๆ ในเวทีโลก และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับร่วมกัน จับมือผสมผสานสามัคคีกัน ผนึกกำลังรวมตัวกันให้เป็นหนึ่งเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง แยกเขาแยกเราให้ออกแต่อย่าบอกว่าตัวใครตัวมัน

หลายกระแสข่าวมีการพูดถึงคำนึงเรื่องความพร้อมไม่พร้อม เราไม่พร้อมเดี๋ยวเขาจะแซงหน้า หรือใครช้าอาจจะตกรถไฟขบวนนี้ หยุดคิดแล้วช่วยปิดช่องว่างระหว่างกันซะ แน่นอนที่สุดที่แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างไม่เท่าเทียมกัน อย่าลืมเลือนกันไปถึงวัตถุประสงค์หลักการเป็นประชาคมเดียวกัน คนละมือคนละไม้หอบหิ้วกันไปตามกำลังและความสามารถ ที่หาทางออกร่วมกันได้ในทุก ๆ ด้าน เอาเป็นว่า
ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าก็อย่าถือเอาประโยชน์เข้าตัวกันจนเกินไป

อาเซียนมีอยู่ด้วยกันตั้ง 10 ประเทศ ใครมันจะทำน่าเกลียดในที่ประชุมร่วมที่มีอย่างน้อย 20 สายตา
จ้องมองดูอยู่ก็ให้มันรู้กันไป ถึงตอนนั้นช่วยกันคิดไปแข่งขันกับกลุ่มประเทศอื่น ๆ เห็นทีจะเหมาะสม
ยิ่งกว่า ท่านว่าไหม



มาตยวงศ์ อมาตยกุล
มติชนสุดสัปดาห์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์