หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
มอญแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง

23 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2230)


โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

คำว่า "ลุ่มน้ำเจ้าพระยา” หมายถึงดินแดนสามเหลี่ยมที่มีลำน้ำขนาดใหญ่ไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยนำเอาโคลนตมจากภูเขาและที่สูงมาทับถมกันจนกลายเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ แท้จริงแล้วลุ่มเจ้าพระยามิได้มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแกนสำคัญเพียงลำน้ำเดียว แต่ยังมีแม่น้ำสายใหญ่ ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง ประกอบกันขึ้นเป็นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมด

แต่ลำน้ำเก่าแก่ที่สำคัญต่อการตั้งหลักแหล่งและทำมาหากินของผู้คนในดินแดนประเทศไทยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไม่มีที่ไหนจะเก่าแก่เทียบเท่าได้กับ "แม่น้ำแม่กลอง” แม่น้ำแม่กลองมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาถนนธงชัย-ตะนาวศรีที่กั้นเขตแดนระหว่างไทยและเมียนมา เกิดจากการรวมกันของแควสองสายได้แก่ "แควใหญ่” หรือ "แควศรีสวัสดิ์” ที่มีต้นน้ำบนเทือกเขาในเขตจังหวัดตาก และ "แควน้อย” หรือ "แควไทรโยค” เกิดขึ้นจากการรวมกันของลำน้ำ "ซองกาเลีย” "รันตี” และ "บีคี่” ในเขตอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แควทั้งสองไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไหลผ่านอำเภอต่าง ๆ ไปยัง จ. ราชบุรี และเข้าสู่เขต จ.สมุทรสงคราม ก่อนไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย

ลุ่มน้ำแม่กลองตอนบนนับจากตำบลปากแพรกขึ้นไปตลอดลำน้ำแควน้อยแควใหญ่จนถึงต้นน้ำ ปรากฏหลักฐานที่แสดงถึงการอยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีมาแล้วไม่น้อยกว่าหมื่นปีลงมา โดยผู้คนมีการติดต่อกับคนในดินแดนอื่น ๆ รวมทั้งจากภายนอกทางทะเล และยังมีพัฒนาการเรื่อยมาจนถึงสมัยทวารวดีในราวหลัง พ.ศ. 1100 และสมัยลพบุรี ราวหลัง พ.ศ. 1600 อันเป็นช่วงเวลาที่มีการติดต่อค้าขายระหว่างบ้านเมืองในลุ่มน้ำแม่กลองกับโลกภายนอกมากขึ้นผ่านทางด่านเจดีย์สามองค์ซึ่งเป็นช่องทางของเส้นทางการค้าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดินแดนมอญและเมียนมา

กลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในลุ่มน้ำแม่กลองตอนบนตั้งแต่ช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ของไทยได้แก่พวกมอญและกะเหรี่ยงและได้ปกครองชุมชนบ้านเมืองต่าง ๆ ในแถบลุ่มแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง

ในอดีต มอญเคยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งอยู่ในดินแดนพม่าปัจจุบันมาก่อน รวมทั้งมีความสัมพันธ์ไปมาหาสู่กับกลุ่มชนชาติในเขตประเทศไทยมาช้านานตั้งแต่ครั้งต้นกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะในกิจการด้านพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้คนมอญและคนไทยมีความสนิทชิดเชื้อจนกลายเป็นพวกเดียวกันมากกว่าชนชาติอื่น ๆ เมื่อเมียนมาสามารถครอบครองเมืองหงสาวดีของมอญได้สำเร็จ ชาวมอญจำนวนมากได้อพยพหนีภัยเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของไทยมากขึ้นจนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับเมียนมา ไม่นับปัญหาการแข่งขันด้านการค้าขายทางทะเลรวมถึงปัญหาชายแดน เป็นเหตุทำให้เมียนมาต้องรบกับไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
บริเวณลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่างนับจากแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่มาบรรจบรวมกันกลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง ไม่เพียงทำให้กาญจนบุรีเป็นชุมทางสินค้าที่สำคัญมาแต่โบราณแต่ยังทำหน้าที่เป็นเมืองหน้าด่านรับศึกเมียนมาก่อนเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยาอยู่เสมอ

ผลของสงครามทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของผู้คนบริเวณด่านเจดีย์สามองค์อย่างมาก เพราะเส้นทางนี้คือเส้นทางที่เชื่อมต่อไปถึงเมืองเมาะตะมะอันเป็นเมืองท่าและเมืองสำคัญของมอญก่อนที่จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ยิ่งทำให้พวกกะเหรี่ยงถูกผลักดันจากเขตแคว้นแดนเมียนมา-มอญเข้าสู่ลุ่มน้ำแม่กลองตอนบนโดยตั้งถิ่นฐานลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ ขณะที่กลุ่มมอญถูกผลักดันเข้ามาอยู่ในไทยทางด่านเจดีย์สามองค์บริเวณลุ่มน้ำแควน้อยส่งผลให้เกิดชุมชน บ้านเมืองขึ้นมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการทำสงครามกับเมียนมา
ชาวมอญที่อาศัยอยู่สองฝั่งของแม่น้ำแม่กลองได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานหลายระลอกเรื่อยมานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์และยังกระจายตัวไปทั่วประเทศไทย ชาวมอญเหล่านี้ล้วนเป็นผู้เคร่งครัดในพุทธศาสนาจึงได้พากันสร้างวัดใหญ่น้อยขึ้น จากการสำรวจโดย "องค์ บรรจุน” นักวิชาการอิสระพบว่ามีวัดมอญในเมืองไทยประมาณ 370 วัด กระจายอยู่ใน 37 จังหวัด ประมาณการว่ามีคนไทยเชื้อสายมอญอยู่ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนในปัจจุบัน

การผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและมอญปรากฏชัดว่า "ความเป็นไทย” เช่นทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมีวัฒนธรรมมอญเป็นพื้นฐาน ทั้งนาฏศิลป์และการดนตรีที่มีครูเป็นมอญมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา อาหารการกินจำนวนไม่น้อยที่ถูกเรียกว่าอาหารไทยแต่แท้จริงแล้วมีรากเง้าจากมอญ กฎหมายที่เก่าแก่ของไทย อย่างกฎหมายตราสามดวงก็ได้รับแบบแผนจากมอญ หรือแม้กระทั่งภาษาไทยที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็มีประมาณ 700 คำที่เป็นภาษามอญ

ปัจจุบันยังชาวมอญจำนวนมากให้หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยไม่ขาดสาย ไม่ใช่เพราะปัจจัยแห่งสงครามเหมือนในอดีต หากแต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่พวกเขาต้องการหางานทำเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาวมอญจากเมียนมาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมักจะเลือกพำนักอยู่ในชุมชนมอญเก่าแก่ของไทย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดสมุทรสงครามบริเวณลุ่มน้ำแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบจะไม่แตกต่างกันเลยกับการตั้งถิ่นฐานในยุคแรกๆของชาวมอญในประเทศไทย

"กลอง” ในภาษามอญ หมายถึง "หนทางที่ใช้ในการคมนาคม” "แม่น้ำแม่กลอง” จึงมีหมายถึงเส้นทางที่ใช้ไปมาหาสู่กัน ทั้งการค้าขายและเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการสงครามแต่ที่สำคัญที่สุด "แม่กลอง” ได้ทำหน้าที่เป็นเส้นทางของการสั่งสมและผสมผสานอารยะธรรมอันหลากหลายหล่อหลอมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนจนกลายเป็นวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์





กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์