หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เหมืองโปแตซโครงการร่วมทุนระหว่างประเทศอาเซียน

24 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1715)


โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

ที่ราบสูงอีสานถือเป็นที่ราบสูงผืนใหญ่ที่สุดในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยสภาพธรณีวิทยามีชั้นหินเกลือและแร่โปแตชคุณภาพเยี่ยมทับถมกระจายไปกว่า 2 ใน 3 ของพื้นที่จนกลายเป็นอาณาจักรเกลือที่ห้วงทะเลได้ฝากทิ้งไว้เมื่อราว 100 ล้านปีมาแล้ว
เกลือ เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอาจกล่าวได้ว่าคือทรัพยากรที่มีส่วนในการปฏิวัติสังคมอีสานมาตั้งแต่ยุคโบราณ และสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีใช้เกลือในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ข้ามลำน้ำโขงไปยังลาว เวียดนาม รวมทั้งกัมพูชา มานานนับพันปีโดยปรากฏร่องรอยชุมชนขนาดใหญ่ที่มีอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งขายและแลกเปลี่ยนกับบ้านเมืองอื่น ๆ เช่นที่ "บอพันขัน” ใจกลางทุ่งกุลา จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งนักประวัติศาสตร์ชี้ว่าเคยเป็นบ่อนาเกลือสินเธาว์อันกว้างใหญ่ไพศาลและมีอายุไม่น้อยกว่า 2,000 ปี

ไม่เพียงเกลือ แต่สิ่งที่พบควบคู่กันไปคือการเป็นแหล่ง "แร่โปแตช” ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่พบเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่อยู่บนแผ่นดินนี่จึงทำให้อิสานเริ่มเข้าสู่ยุคของการทำเหมืองแร่โปแตซ เพื่อสนองตอบความต้องการที่มากขึ้นโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้ในการผลิตปุ๋ยเคมี โครงการของ บริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างประเทศอาเซียนที่เกิดขึ้นในไทยมากว่า 20 ปีแล้ว เป็นไปตามข้อตกลงพื้นฐานว่าด้วยโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน (ASEAN Industrial Projects) ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศมีโครงการอุตสาหกรรมอาเซียนอย่างน้อยประเทศละ 1 โครงการ ประเทศไทยจึงเสนอโครงการนี้และได้รับการรับรองจากการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 22 เมื่อเดือนตุลาคม 2533 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ต่อมาได้มีการจัดตั้ง บริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (APMC) เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยมีกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 29 รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังถือหุ้นร้อยละ 20 โดยที่เหลืออีกร้อยละ 51 เป็นของภาคเอกชน
การขุดแร่โปแตสเริ่มดำเนินการในปี 2539 ในพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,700 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบลคือ บ้านตาล หัวทะเล บ้านเพชร และบ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ แต่ดำเนินการไปได้เพียง 4 ปี ใช้เงินไปกว่า 1,200 ล้านบาท โครงการอุตสาหกรรมของอาเซียนแห่งนี้ก็ต้องประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจนต้องยุติการขุดแร่ในปี 2543 เพื่อหาผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ทำให้โครงการนี้จึงหยุดชะงักลงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ล่าสุดรัฐบาล พลเอกประยทธ์ จันทร์โอชา มีแนวโน้มที่จะรื้อฟื้นโครงการโปแตชอาเซียน ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะให้กระทรวงการคลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือ APMC ตามสัดส่วนร้อยละ 20 วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง นอกจากนี้ ยังเตรียมออกใบประทานบัตรทำเหมืองโปแตซและเร่งเตรียมการจัดประชุมทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ รวมทั้งได้มีการเตรียมสรุปรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามที่ประชาชนในพื้นที่เคยเรียกร้องมาโดยตลอด
แน่นอนว่าหากโครงการโปแตชอาเซียนสามารถดำเนินการได้จะสร้างผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยจะมีเม็ดเงินลงทุนในระดับหมื่นล้านบาทเข้ามาในประเทศไทยและเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าสารโปแตชซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำปุ๋ยเคมีได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยในราคาถูกลงด้วย

อย่างไรก็ตาม นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับรัฐบาลเช่นกันที่ต้องตอบคำถามที่ยังมีความไม่มั่นใจของคนในพื้นที่ ชุมชนใกล้เคียงที่อาจจะได้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจุบันกระแสเรียกร้องการมีส่วนร่วมภาคประชาชนทุกภาคส่วนในการจัดการบริหารทรัพยากรของตนเองอยู่ในระดับที่สูงยิ่งหากเทียบกับการเริ่มกิจการเหมืองโปแตซเมื่อ 30 ปีก่อน อย่างเทียบกันไม่ได้


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์






กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์