หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ดึง อาลีบาบา-แกร็บ” ลุย 2 โครงการช่วยเกษตรกรรับมือโควิด-19

4 มิถุนายน 2020 (จำนวนคนอ่าน 319)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดึง 2 ยักษ์ค้าออนไลน์” อาลีบาบา-แกร็บ” ลุย 2 โครงการช่วยเกษตรกรรับมือโควิด19 อาลีบาบาชื่นชมวิสัยทัศน์ "เฉลิมชัย” พร้อมจับมือขับเคลื่อนโครงการ "เกษตรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก” เล็งกลุ่มเป้าหมาย 260 ล้านคน 190 ประเทศ แกร็บดีเดย์โครงการออนไลน์มาร์เก็ตติ้งก์เปิด "ตลาดเกษตรกร” (Farmer Mart) บนแพลตฟอร์มแกร็บเป็นครั้งแรก

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงวันนี้ (2 มิ.ย.63) ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 เล็งเห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มดิจิทัล ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการกระจายผลผลิตเกษตรโดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มาร์เก็ตติ้งก์ (online marketing) จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรในภาคเอกชนและภาครัฐ โดยล่าสุดได้พัฒนาความร่วมมือกับ บริษัท แกร็บ ประเทศไทย (GRAB Thailand)ในการเพิ่มช่องทางการค้าขายออนไลน์ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ (Eat Thai First) ด้วยโครงการเปิด "ตลาดเกษตรกร (Farmer Mart)” บนแพลตฟอร์มแกร็บ (GRAB Platform) เป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน และอีกโปรเจกต์หนึ่งคือโครงการ "เกษตรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก” โดยความร่วมมือกับบริษัทอาลีบาบา (Alibaba) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกษตร สถาบันเกษตรกรและเกษตรกรให้สามารถทำธุรกิจขายสินค้าเกษตรของไทยสู่ตลาดต่างประเทศบนแพลตฟอร์มอาลีบาบา

ด้าน ดร. เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า "แกร็บ ประเทศไทย ขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายสินค้าเกษตร และจัดส่งผลไม้โดยตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง ผ่านบริการ GrabMart ภายใต้ชื่อ "Farmer Mart(ตลาดเกษตรกร)” ในแอปพลิเคชัน แกร็บ โดยได้เริ่มเปิดให้บริการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดตัวด้วยผลไม้ 5 ชนิด จาก 3 จังหวัด ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จากสหกรณ์การเกษตรบ้านร่องส้าน จังหวัดพะเยา ลิ้นจี่ฮงฮวยและลิ้นจี่จักรพรรดิ์ จากกลุ่มเกษตรทำสวนลิ้นจี่แม่สุก จังหวัดพะเยา มังคุดและทุเรียน จากสหกรณ์นิคมวังไทร จังหวัดระยอง และกล้วยหอมทอง จากสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี และจะขยายชนิดสินค้าเกษตรแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและพื้นที่บริการภายใน 2สัปดาห์

นายศตพล จันทร์ณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า "กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ร่วมมือกับอาลีบาบา (Alibaba) จัดทำโครงการ "เกษตรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลกด้วย Alibaba.com” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มศักยภาพด้านการค้าออนไลน์ การค้าระหว่างประเทศ เพื่อเข้าถึงตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มอาลีบาบา ที่มีผู้ซื้อมากกว่า 260 ล้านคน จาก 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งโครงการนี้เปิดโอกาสให้สำหรับเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ และผู้ที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยผู้ผ่านการคัดเลือก จะได้รับทุกองค์ความรู้เริ่มจากการวิเคราะห์โอกาสขายสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก การใช้แพลตฟอร์มอาลีบาบา เพื่อเข้ากลุ่มผู้ซื้อในระดับโลกนอกจากนี้ยังได้รับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนสำหรับประกอบกิจการการค้าระหว่างประเทศ ช่องทางการชำระเงิน และระบบโลจิสติกส์ Logistic โดยสอนผ่านสื่อออนไลน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการในประเทศไทยหลายรายที่ประสบความสำเร็จ จากการใช้แพลตฟอร์มอาลีบาบาเป็นช่องทางการขายสินค้าไทยไปยังตลาดโลก โดยกว่าครึ่งเป็นสินค้าเกษตรไทย เช่น มันสำปะหลัง ข้าว กระเทียมดำ สับปะรด ข้าวโพด รวมทั้งสินค้าทางการเกษตรแปรรูป เช่น กระเทียมดำ น้ำตาล เป็นต้น คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการโดยเฉพาะเกษตรกรไทยมีความเข้มแข็งและมีความพร้อม เพื่อก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” 

นางสาวสิรินันท์ ทองเพ็ญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอเจ อีคอมเมิร์ซ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทน อาลีบาบา ในประเทศไทย กล่าวแสดงความชื่นชมวิสัยทัศน์และนโยบายตลาดเกษตรออนไลน์ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ว่าก้าวหน้าทันสมัยตอบโจทย์ยุคโควิด อาลีบาบาพร้อมร่วมมือและทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรฯใน "โครงการเกษตรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลกด้วย Alibaba.com” มุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่ง เสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลกด้วยแพลตฟอร์มอาลีบาบา ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญว่าเกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าไปยังผู้ซื้อได้โดยตรงโดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ จะมีการสอนให้เกษตรกรรู้จักแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถโชว์สินค้าของไทยไปทั่วโลก รู้เทคนิควิธีการโพสต์สินค้า จะทำอย่างไรให้ลูกค้าทั่วโลกเห็นสินค้าของเรา นอกจากนี้จะสอนวิธีการพูดคุย เจรจาในด้านธุรกิจ การต่อรองราคา ก็จะมีเทคนิควิธีการทั้งเรื่องของภาษา การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การชำระเงินระหว่างประเทศ โดยจะสอนและให้ความรู้แก่เกษตรกรแบบครบวงจร ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้เกษตรกรจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแพลตฟอร์มอาลีบาบา ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก มีลูกค้ากว่า260ล้านคนในกว่า190ประเทศโดยเกษตรกรสามารถใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ บนแพลตฟอร์มอาลีบาบาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ที่มา www.thaigov.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์