หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
มหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

30 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1866)


โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าประเทศไทยมีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ จำนวน 56 กลุ่ม ประมาณ 6.1 ล้านคน กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ พวกเขาล้วนเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยมายาวนาน แต่ละกลุ่มมีวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปแสดงถึงลักษณะของความเป็นสังคมพหุลักษณ์ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก

ที่ผ่านมามีปัญหาหลายด้านที่เกิดขึ้นกับพวกเขาและไม่ได้รับการแก้ไข ยิ่งเมื่อเข้ายุคโลกาภิวัตน์ผลกระทบต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นกับวิถีการดำรงชีวิต ชุมชนและสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ มากขึ้นทุกขณะ "มหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย2557”เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นประจำทุกปีนับจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้รวมตัวกันจัดตั้ง "เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย” เมื่อปี พ.ศ. 2555

ในปีนี้ "วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย” มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.แม่สอด จ.ตาก รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานโดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด 37 กลุ่มเดินทางมาจากทั่วประเทศเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สาระสำคัญของงานคือการที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ จะได้มาร่วมกันสรุปบทเรียน สรุปการขับเคลื่อนงาน และสรุปประเด็นสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ในรอบปีที่ผ่านมา เสมือนเป็นเวทีกลางในการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคตร่วมกันในมิติทางวัฒนธรรม เพื่อบอกเล่าและยืนยันถึงความมีตัวตนอยู่ในสังคมไทย กลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าต่างนำเอาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเองมาร่วมจัดแสดง เช่นอาหารการกินการแต่งกาย การแสดงฟ้อนรำ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างคึกคัก
นอกเหนือจากมิติทางด้านวัฒนธรรมแล้ว ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์และภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น โดยนำเสนอผ่านแง่มุมทางวิชาการจากปราชญ์ชาวบ้านร่วมกับนักวิชาการ เพื่อให้เป็นแบบอย่างสำหรับชุมชนอื่น ๆ จะได้นำไปปรับใช้ในชุมชนของตนเอง

แม้ประเทศไทยจะมีความเป็นสังคมพหุลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย แต่กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ด้อยโอกาสจากกระบวนการพัฒนาของรัฐ มักถูกผลักออกไปเป็นคนชายขอบ (Marginalization) ของสังคมอยู่เสมอ ปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญแตกต่างกันไป ทั้งปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน ปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในการได้รับการพัฒนา รวมไปถึงสิทธิทางวัฒนธรรมในการรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งทั้งหมดได้นำไปสู่การสร้างความเหลื่อมล้ำในการดำรงชีวิตในสังคมไทย

งาน "มหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย”ในปีนี้มีความสำคัญมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่กลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าต่าง ๆ ทั้ง 36 กลุ่มทั่วประเทศจะได้ร่วมประชุมสมัชชาเพื่อให้การรับรอง "ธรรมนูญสภาชนเผ่าฯ” สำหรับใช้เป็นกรอบทิศทางการขับเคลื่อนงานในอนาคตของพวกเขาเอง ที่สำคัญมากกว่านั้นในการประชุมสภาชนเผ่าครั้งนี้ยังเป็นการขอมติรับรองจากที่ประชุมเกี่ยวกับ "ร่าง พ.ร.บ. สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย” ที่เริ่มมีการยกร่างกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 กฎหมายฉบับนี้จะช่วยสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์จากที่ประชุมสมัชชาแล้ว จากนี้ไปคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ. ไปสู่กระบวนการตราเป็นกฎหมายตามขั้นตอนของรัฐสภาต่อไป
"มหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย 2557” นับเป็นการแสดงออกให้เห็นเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ต้องการบอกกล่าวถึงความมีตนในสังคมและตอกย้ำว่าเขาก็คือส่วนหนึ่งของความเป็น "คนไทย” ด้วยเช่นกัน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของภูมิภาคอาเซียนคือการเป็นสังคมพหุลักษณ์ที่มีความหลากหลาย หากแต่บนความหลากหลายนั้นแต่ละฝ่ายต้องมีความเคารพและพยายามที่จะเข้าใจผู้อื่นที่แตกต่างด้วย ในกรณีของประเทศไทยนับเป็นตัวอย่างที่ดีของกระบวนการเปิดพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Space) ให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้เข้ามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้พวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นเอกภาพท่ามกลางความหลากหลายนั่นเอง


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์






กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์