หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
พุทธศาสนา ไทยรับมอญ มอญรับไทย

31 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2697)


โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

หลังพุทธศาสนาในอินเดียเสื่อมลง ศูนย์กลางแห่งใหม่ได้เปลี่ยนไปยัง "ลังกา” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทยในหลายระลอกตลอดช่วงพันปีที่ผ่านมาไทยยังรับเอาอิทธิพลพุทธศาสนาผ่านอาณาจักรมอญในเมียนมาปัจจุบันอีกทางหนึ่ง ซึ่งมอญได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและยึดมั่นหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาตามแบบฉบับลังกาวงศ์อย่างเคร่งครัด

ทั้งหมดเป็นสิ่งหล่อหลอมจนกลายเป็นพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยยึดถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจมายาวนาน โดยปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 นิกายหลัก คือ "มหายานนิกาย” และ "ธรรมยุติกนิกาย”แต่เดิมพุทธศาสนาในประเทศไทยไม่มีการแบ่งแยกออกเป็นนิกายต่าง ๆ ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่พระสงฆ์ไทยล้วนแต่เป็นพระเถรวาทสายลังกาวงศ์ทั้งสิ้น จนเมื่อ"พระวชิรญาณเถระ” ซึ่งต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์ลำดับที่ 4แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปฏิรูปด้านวัตรปฏิบัติของสงฆ์ที่ย่อหย่อนให้มีความถูกต้องและเข้มงวดตามพุทธบัญญัติเพื่อเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในส่วนที่บกพร่องมานาน
เมื่อพระองค์ได้พบกับพระเถระชาวมอญรูปหนึ่งชื่อ "ซาย พุทธวังโส” หรือ "พระสุเมธมุนี” แห่ง "วัดลิงขบ” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดบวรมงคล” กรุงเทพมหานคร ด้วยความเลื่อมใสในความเคร่งครัดทางพระวินัย ทำให้พระองค์ทรงเข้ารับการผนวชซ้ำในนิกายรามัญวงศ์หรือพุทธศาสนาลังกาวงศ์แบบมอญในปี พ.ศ. 2372 โดยมีพระสุเมธมุนีเป็นพระอุปัชฌาย์
หลังจากนั้นทรงประกาศตั้งคณะสงฆ์ขึ้นใหม่เรียกว่า "คณะธรรมยุติกนิกาย” ในปี พ.ศ. 2376 เมื่อเกิดนิกายใหม่อย่างธรรมยุติ พระสงฆ์สายเถรวาทดั้งเดิมซึ่งเป็นพระสงฆ์ส่วนใหญ่ก็ถูกเรียกว่า "มหานิกาย" ทำให้พระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 2 นิกายนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ในสหภาพเมียนมาเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้คนมีความศรัทธาในพระพระพุทธศาสนามากเพียงไรพุทธเถรวาทในเมียนมาแบ่งออกเป็นนิกายต่าง ๆ มากถึง 9 นิกาย แต่ที่น่าสนใจก็คือมี "ธรรมยุติกนิกาย” จากประเทศไทยไปปรากฏขึ้นที่นั่นด้วย

"นิกายธรรมยุติ” ที่ชาวมอญส่วนใหญ่เรียกว่า "นิกายมหาเย็น” ตั้งตามชื่อพระภิกษุชาวไทยเชื้อสายมอญที่นำเอาธรรมยุติกนิกายเข้ามาเผยแผ่ในรัฐมอญเมื่อราวร้อยปีก่อนตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย "พระไตรสรณธัช” มีนามเดิมว่า "เย็น” เป็นชาวมอญที่เกิดในเมืองไทย ณ บ้านคลองครุ จังหวัดสมุทรสาคร ดินแดนอันเป็นที่ตั้งรกรากชาวมอญมาตั้งแต่โบราณ มหาเย็นอุปสมบทครั้งแรกที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปปัชฌาย์
"วัดมหายิน” (MahayinMonastry) หมู่บ้านกะโดเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมา คือวัดที่มหาเย็นได้สร้างขึ้นและเริ่มเผยแผ่นิกายธรรมยุติเป็นครั้งแรกในเมียนมาและยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของการศึกษานิกายธรรมยุติของเมียนมาในปัจจุบัน
พระ Bhaddanta Adicca เจ้าอาวาสวัดมหายินและยังเป็นผู้นำสงฆ์ฝ่ายนิกายมหาเย็นวัย 97 ปีเล่าว่าปัจจุบันมีวัดที่เป็นธรรมยุติกนิกายในเมียนมาอยู่ราว 70 วัด และมีผู้บวชในนิกายนี้ราว 1,000 รูป พระในนิกายมหาเย็นยังคงถือวัตรปฏิบัติตามแบบธรรมยุติกนิกายจากประเทศไทยเมื่อร้อยปีก่อนอย่างเคร่งครัด เช่น ข้อห้ามแตะต้องเงินทอง การห่มจีวรอย่างมิดชิดเมื่อเวลาต้องออกไปในที่สาธารณะ การรับถวายของการฉัน รวมทั้งข้อวัตรปฏิบัติอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามพระวินัยของพระพุทธเจ้า

ย้อนไปในสมัย ร.4 พุทธศาสนาในแบบฉบับมอญหรือรามัญวงศ์ได้ก่อให้เกิดนิกายใหม่ในประเทศไทยที่เรียกว่า "ธรรมยุติกนิกาย” และ "ธรรมยุติกนิกาย” ของไทยได้ถูกเผยแผ่กลับมาสู่แผ่นดินมอญอีกครั้งโดยมหาเย็น แม้ในปัจจุบันพระธรรมยุติกนิกายในเมืองมอญกับเมืองไทยจะไม่เคยติดต่อหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กันอีกแล้ว แต่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาเอาไว้ร่วมกันคือหลักปฏิบัติตามพระวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปี อย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของอิทธิพลทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ดินแดนในแถบนี้ได้ส่งผ่านรับและแลกเปลี่ยนกันเรื่อยมา จนทั้งหมดได้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันโดยไม่สามารถอ้างได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง หากแต่เป็นวัฒนธรรมร่วมกันของทั้งภูมิภาคอาเซียนนั่นเอง


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์





กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์