พับแนวคิดเปิด-ปิดเทอมใหม่ตามอาเซียน

(25/10/2556)

จำนวนคนอ่าน 212 คน

พับแนวคิดเปิด-ปิดเทอมใหม่ตามอาเซียน

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

แนวคิดการเลื่อนวันเปิดปิดภาคเรียนใหม่ให้สอดคล้องกันภายในประเทศอาเซียนนั้น เป็นกระแสที่มีการศึกษาและถกเถียงกันมาสักพักถึงข้อดีและข้อเสียที่จะดำเนินการ ซึ่งล่าสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ได้สรุปออกมาแล้วว่า จะไม่เลื่อนกำหนดวันเปิด-ปิดภาคเรียนในระดับขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาอย่างแน่นอน โดยจะยึดกำหนดการเดิม คือ ภาคเรียนที่1 ระหว่าง 16 พ.ค.- 11 ต.ค. และภาคเรียนที่ 2 ระหว่าง 1 พ.ย.-1 เม.ย. ของทุกปี จากเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำการศึกษาและเสนอให้เลื่อนวันเปิดปิดภาคเรียนใหม่ในปีการศึกษา 2557 เป็นวันที่10 มิ.ย.-4 พ.ย. ส่วนภาคเรียนที่ 2 เปิดวันที่ 26 พ.ย.-26 เม.ย. เหลื่อมจากปกติประมาณ 2 สัปดาห์

ขณะที่มหาวิทยาลัยจะเปิด-ปิดภาคเรียนใหม่พร้อมกันในปีการศึกษา 2557 โดยภาคเรียนที่ 1 เปิดเดือนส.ค.-ธ.ค.จากเดิมเดือนมิ.ย.-ต.ค. และภาคเรียนที่ 2 เปิดเดือนม.ค.-พ.ค. จากเดิมเดือนพ.ย.-มี.ค.

เหตุผลที่นายจาตุรนต์ตัดสินใจว่า จะไม่มีการเลื่อนกำหนดวันเปิดปิดภาคเรียนใหม่ให้สอดคล้องกับอาเซียนนั้น เป็นเพราะเห็นว่า กำหนดเดิมที่ใช้อยู่ มีข้อดีมากกว่า มีความสอดคล้องกับสภาพสังคม ประเพณี ฤดูกาลของไทยมากกว่า และยังสอดคล้องกับสภาพตลาดแรงงานในประเทศด้วย เพราะความต้องการแรงงานในประเทศจะสูงขึ้นมากในช่วง มี.ค.-พ.ค.ของทุกปี เพราะฉะนั้น หากนักเรียนโดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษาสำเร็จการศึกษาในช่วง เม.ย.ก็จะสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากกว่า

สำหรับข้อกังวลที่ว่า จะทำให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 6 (ม.6) จะมีเวลาว่างหลังจบการศึกษาร่วม 4 เดือนกว่า ก่อนจะเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยในเดือนส.ค.นั้น กระทรวงก็จะใช้โอกาสนี้ในการปรับระบบการสอบรับตรง โดยจะขอความร่วมมือในการสอบรับตรงหลังจบการศึกษาหรือหลัง 1 เม.ย.ไปแล้ว ซึ่งเด็กจะมีโอกาสเตรียมตัวมากขึ้น และมหาวิทยาลัยมีเวลาจัดระบบการสอบให้ดีขึ้นด้วย ในส่วนของการทดสอบระดับชาติโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ก็ยินดีที่จะเลื่อนการสอบวัดผลเช่นกัน

“เท่าที่ดูและฟังความคิดเห็นจากหลายๆฝ่ายแล้ว เห็นว่า การเปิดปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยนั้น เป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสากลมากกว่า ไม่ใช่ประเทศในกลุ่มอาเซียน และทางสพฐ.ก็มีการสำรวจความเห็นแล้วว่า ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนวันเปิดปิดภาคเรียนใหม่ ดังนั้นจึงเห็นว่าควรเป็นไปตามเดิม เพราะถ้าเปลี่ยนไปก็อาจมีผลกระทบเกิดขึ้น อีกทั้งอาจต้องมีการจัดทำกฎร่างระเบียบต่างๆใหม่”นายจาตุรนต์ กล่าว

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูถึงที่มาแนวคิดการปรับเวลาเปิดเทอมนั้น พบว่า เกิดขึ้นในสมัยนายสุชาติ ธาราดำรงเวช นั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ ที่มีโอกาสเดินทางไปดูงานในต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง จึงเกิดไอเดียนี้ขึ้นมาให้สพฐ.นำไปศึกษา โดยมีเหตุผลสนับสนุนที่ว่า การเปิดปิดภาคเรียนให้ตรงกันจะเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างกันในกลุ่มประเทศอาเซียน

อย่างไรตาม วันเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยประเทศต่างๆในอาเซียนก็ไม่ได้ตรงกันทั้งหมด โดยบรูไนเปิดช่วงเดือนส.ค. กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เปิดเดือนก.ย. ลาวเปิดช่วงเดือนต.ค. พม่าเปิดช่วงเดือนก.ค. ฟิลิปปินส์ เปิดช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. สิงคโปร์และเวียดนามเปิดช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. ซึ่งจะเหลื่อมกับกำหนดการเปิดเปิดภาคเรียนเดิมของไทยไม่มากนัก จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

แม้ว่าจะเป็นการตื่นตัวที่ดี เพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลและตัดสินใจนโยบายทางการศึกษาของเด็กไทยวันนี้ ก็ต้องมีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียว เพื่อที่ระบบการศึกษาของไทยจะได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ต้องสะดุดหรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงตัวคนคุมนโยบายในแต่ละยุค

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์